ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

กลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์แบบสเปรด

กลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์แบบสเปรดช่วยให้เทรดเดอร์ทำกำไรจากส่วนต่างราคาระหว่างคู่สกุลเงินสองคู่ บทความนี้ครอบคลุมวิธียอดนิยมและวิธีใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์แบบสเปรด:

  • กลยุทธ์แบบScalping

แนวทางนี้พึ่งพาโบรกเกอร์ที่มี สเปรดต่ำที่สุด และ การส่งคำสั่งที่รวดเร็วมาก Scalper จะเข้าและ

ออกออเดอร์ภายในไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาที ดังนั้นทุกจุดจึงมีความสำคัญ สเปรดที่ต่ำช่วยให้ใช้ระยะทางสั้นลงในการทำกำไรและเพิ่มโอกาสทำกำไรจากการเคลื่อนไหวเล็กๆ

ตัวอย่าง: การเทรด EUR/USD ในช่วงเวลาเชื่อมตลาดลอนดอน – นิวยอร์กด้วยสเปรด 0.5 จุด ช่วยให้นักเทรดแบบScalpingปิดออเดอร์ที่มีกำไรมากขึ้นและลดความเสี่ยงจากการถือสถานะนานเกินไป


  • วิธีสวิงเทรด

สวิงเทรดเดอร์มักถือออเดอร์เป็นชั่วโมงหรือหลายวัน แม้จะไม่ได้รับผลกระทบมากจากการเปลี่ยนแปลงของสเปรดเล็กน้อยแต่ถ้าสเปรดกว้างเกินไป ก็อาจทำให้จุดเข้าเทรดเพี้ยนไป หรือทำให้การตั้งค่า Stop-loss ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการเทรดช่วงตลาดนิ่ง หรือช่วงที่มีข่าวใหญ่ประกาศ

ตัวอย่าง:

การถือสถานะ GBP/USD ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธ พร้อมสเปรดคงที่ราว 2 จุด ยังถือว่าจัดการได้

แต่ถ้าไปเทรดในคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นช่วงที่สเปรดเริ่มกว้าง แผนการเทรดอาจเสียสมดุลได้ง่ายกว่ามาก


  • วิธีกรองสเปรด

กลยุทธ์นี้เน้นการกำหนด เกณฑ์สเปรดที่ชัดเจนก่อนเข้าเทรด หากสเปรด ณ ขณะนั้นสูงเกินกว่า

ค่าที่ตั้งไว้ ระบบจะไม่เปิดออเดอร์ เพื่อช่วยหลีกเลี่ยงต้นทุนที่ไม่จำเป็นในช่วงที่ตลาดผันผวนหรือไม่เสถียร

ตัวอย่าง: หากสเปรดปกติของคู่เงิน EUR/USD อยู่ที่ประมาณ 0.8 จุด แต่แพลตฟอร์มแสดงสเปรดสูงถึง 2.4 จุดโดยไม่มีข่าวสำคัญ นั่นถือเป็นสัญญาณเตือน อาจบ่งบอกถึงสภาพคล่องต่ำหรือตลาดที่ไม่แน่นอน ซึ่งควรหลีกเลี่ยงการเข้าเทรดในช่วงเวลาดังกล่าว


  • กลยุทธ์เลือกช่วงเวลาเทรด

การรู้ว่าช่วงเวลาใดสเปรดต่ำที่สุดเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่มีสเปรดต่ำจะให้ราคาที่ดีที่สุดในช่วงตลาดมีปริมาณเทรดสูง เช่น ช่วงเชื่อมตลาดลอนดอน – นิวยอร์ก ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเทรดได้มาก

ตัวอย่าง: การเข้าเทรดช่วงมีสภาพคล่องสูงมักได้สเปรดที่แคบ จุดเข้าเทรดที่คมชัด และตำแหน่ง Stop-loss ที่แม่นยำมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงช่วงตลาดเงียบเมื่อสเปรดมักขยายโดยไม่คาดคิด


  • ความตระหนักเรื่องการขยายตัวของสเปรด

กลยุทธ์ขั้นสูงนี้คือการสังเกตว่าค่าสเปรดขยายมากแค่ไหนในภาวะกดดัน ซึ่งช่วยคำนวณ Stop-loss ตามความเป็นจริงและปรับขนาดล็อตให้เหมาะสม

ตัวอย่าง: หากคู่เงินโดยปกติสเปรด 1 จุด แต่กระโดดเป็น 5 จุดช่วงประกาศตัวเลข CPI ความผันผวนนี้ต้องนำมาคำนวณความเสี่ยง เพราะอาจถูกตัดขาดทุนจากเหตุผลทางเทคนิค มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน


กลยุทธ์ทั้งหมดข้างต้นควรนำไปทดสอบในสภาพตลาดจริง Weltrade รองรับทั้งบัญชีสเปรดคงที่และ

สเปรดลอยตัว ช่วยให้เทรดเดอร์ดูผลกระทบของสเปรดฟอเร็กซ์กับสไตล์การเทรดของตนได้อย่างครบถ้วน

นี่ไม่ใช่คำตอบที่ต้องการใช่ไหม