การใช้โหมดไม่ระบุตัวตนหรือโหมดส่วนตัวเป็นวิธีแก้ไขปัญหาการเข้าสู่ระบบหรือการแสดงผลได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องล้างแคชและคุกกี้ของเบราว์เซอร์ ช่วยให้เซสชันของคุณโหลดโดยไม่ถูกรบกวนจากข้อมูลที่บันทึกไว้
ปุ่มลัดที่ใช้ได้กับเบราว์เซอร์ส่วนใหญ่:
Windows/Linux/ChromeOS: Ctrl + Shift + N
Mac: ⌘ + Shift + N (Safari ใช้ปุ่มลัดที่แตกต่างกันด้านล่าง)
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบราว์เซอร์ของคุณอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Google Chrome (Windows)
Google Chrome (Windows)
1. เปิด Chrome
2. คลิก เมนูจุดสามจุด ที่มุมขวาบน
3. เลือก หน้าต่างไม่ระบุตัวตนใหม่ (New Incognito window)
ปุ่มลัด: Ctrl + Shift + N
Firefox (เดสก์ท็อป)
Firefox (เดสก์ท็อป)
เปิด Firefox
คลิก เส้นแนวนอนสามเส้น ที่มุมขวาบน
เลือก หน้าต่างส่วนตัวใหม่ (New Private Window)
ปุ่มลัด: Ctrl + Shift + P
Microsoft Edge (เดสก์ท็อป)
Microsoft Edge (เดสก์ท็อป)
1. เปิด Edge
2. คลิก เมนูจุดสามจุด ที่มุมขวาบน
3. เลือก หน้าต่าง InPrivate ใหม่ (New InPrivate window)
ปุ่มลัด: Ctrl + Shift + N
Opera (เดสก์ท็อป)
Opera (เดสก์ท็อป)
1. เปิด Opera
2. คลิก เมนู Opera
3. เลือก หน้าต่างส่วนตัวใหม่ (New private window)
ปุ่มลัด: Ctrl + Shift + N
Safari (Mac)
Safari (Mac)
1. เปิด Safari
2. คลิก ไฟล์ (File) ในแถบเมนู
3. เลือก หน้าต่างส่วนตัวใหม่ (New Private Window)
ปุ่มลัด: ⌘ + Shift + N
Google Chrome (Mac)
Google Chrome (Mac)
1. เปิด Chrome
2. คลิก เมนูจุดสามจุด
3. เลือก หน้าต่างไม่ระบุตัวตนใหม่ (New Incognito Window)
ปุ่มลัด: ⌘ + Shift + N
Google Chrome (มือถือ)
Google Chrome (มือถือ)
1. เปิด Chrome บนโทรศัพท์ของคุณ
2. แตะ เมนูจุดสามจุด
3. เลือก แท็บไม่ระบุตัวตนใหม่ (New Incognito tab)
Safari (iOS)
Safari (iOS)
1. เปิด Safari
2. แตะ ไอคอนแท็บ
3. แตะ ส่วนตัว (Private) ที่มุมล่างซ้าย
4.แตะ เสร็จสิ้น (Done)
ใช้โหมดส่วนตัว/ไม่ระบุตัวตนเพื่อตรวจสอบว่าปัญหาการเข้าสู่ระบบหรือแพลตฟอร์มได้รับการแก้ไขหรือไม่ หากทุกอย่างทำงานได้ตามปกติ การล้างแคชและคุกกี้ อาจช่วยให้เบราว์เซอร์โหมดปกติของคุณทำงานได้อย่างถูกต้อง